การเจาะน้ำคร่ำ

  เมื่อ: Wednesday, May 9th, 2012, หมวด การตั้งครรภ์,  ชม 1,314 ครั้ง

น้ำคร่ำหรือน้ำหล่อเด็กจะมีเซลล์หลุดออกจากทารก สารเคมีและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่นเชื้อโรค ดังนั้น การตรวจดูลักษณะน้ำคร่ำก็สามารถจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับทารกในครรภ์เกือบทั้งหมด เช่น ลักษณะทางพันธุกรรม สุขภาพของทารก และพัฒนาการ การเจาะเอาน้ำคร่ำมาตรวจดูองค์ประกอบต่างๆ ที่ต้องการเป็นการวินิจฉัยสภาวะทารกในครรภ์ที่ให้ผลแน่นอนที่สุด เราไปรู้จักการเจาำน้ำคร่ำที่ถูกวิธี ที่ thai-mom นำมาฝากกันเลยค่ะ

 

การเจาะน้ำคร่ำ

ข้อบ่งชี้ของการตรวจโดยการเจาะถุงน้ำคร่ำ มีดังต่อไปนี้

• หญิงตั้งครรภ์อายุเกิน ๓๕ ปี วัตถุประสงค์ใหญ่เพื่อวินิจฉัยภาวะทารกดาวน์ซินโดรม ซึ่งพบมากใน หญิงตั้งครรภ์ อายุเกิน ๓๕ ปีขึ้นไป
• หญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติการคลอดบุตรที่มีความผิดปกติของโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม หรือโรคทางเมตาบอลิซึม (เช่น ฮันเตอร์ซินโดรม)

การเจาะน้ำคร่ำ

การเจาะน้ำคร่ำ

• คู่สมรสที่มีประวัติครอบครัวมีบุตรผิดปกติทางระบบประสาทส่วนกลางแต่กำเนิด
• หญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางโครโมโซมเอกซ์ เช่น โรคฮีโมฟีเลีย การวินิจฉัยเรื่องนี้เพียงแต่ดูเพศ ทารกในครรภ์ ก็สามารถบอกโอกาสของการเกิดความผิดปกติของทารกได้ เนื่องจากจะมีความผิดปกติเฉพาะทารกเพศชายเท่านั้น
• คู่สมรสที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมในสายพันธุ์ ซึ่งตามหลักการถ่ายทอดจะทำให้เกิดความผิดปกติของทารกได้ ๑ ใน ๔
• ในกรณีที่ต้องการประเมินสมรรถนะการทำงานของปอดทารกในครรภ์ ซึ่งเป็นพัฒนาการขั้นสุดท้ายของทารกก่อนคลอด
• คู่สมรสที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคพันธุกรรมบางโรคที่ถ่ายทอดด้วยยีนเด่น ซึ่งจะทำให้ทารกมีโอกาสรับความผิดปกตินี้ ๑ ใน ๒ ต่อ การตั้งครรภ์ ทุกครั้ง
• มีการตรวจพบความผิดปกติของทารกจากการตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจวัดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือเอชซีจี การตรวจคลื่นเสียง เป็นต้น การตรวจเจาะน้ำคร่ำ จะเป็นการตรวจเพื่อค้นหาว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่

เวลาที่เหมาะสมของการเจาะถุงน้ำคร่ำคือ เมื่อตั้งครรภ์ได้ ๑๖-๑๘ สัปดาห์ หรือบางแห่งจะเริ่มทำใน อายุครรภ์ ๑๔ สัปดาห์ และช้าที่สุดในอายุครรภ์ ๒o สัปดาห์ ในบางกรณีการเจาะถุงน้ำคร่ำอาจจะทำในระหว่างอายุครรภ์ ๑o-๑๔ สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อนำเซลล์ของทารกไปเพาะเลี้ยงเพื่อการวินิจฉัยโรคบางอย่างต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒๔-๓๕ วัน การช่วยเหลือเพื่อยุติ การตั้งครรภ์ จะได้ไม่ช้าเกินไป และในกรณีการเจาะถุงน้ำคร่ำจะเจาะในระหว่างไตรมาสที่สามเพื่อดูพัฒนาการของทารกในครรภ์และสมรรถนะของปอดของทารก

การใช้กล้องฟีโตสโคป

กล้องฟีโตสโคป เป็นวิวัฒนาการทางการแพทย์อีกประการหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างกล้องจุลทรรศน์ขนาดเล็กๆที่สามารถใช้กับร่างกายมนุษย์ การดูด้วยกล้องขยายนี้ แพทย์จะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆภายในโพรงมดลูกได้ชัดเจน และสามารถเก็บชิ้นส่วนต่างๆที่ต้องการมาตรวจทางห้องทดลองได้ เช่น การเจาะเลือด ทารกในครรภ์ หรือการเก็บเซลล์ผิวหนังทารก แต่การกระทำเช่นนี้สามารถกระทำได้ผ่านทางการเจาะถุงน้ำคร่ำ การใช้ฟีโตสโคป จึงไม่เป็นที่นิยมทำมากนัก
ความปลอดภัยในการตรวจ การใช้กล้องฟีโตสโคปเป็นวิธีที่ค่อนข้างจะมีอันตรายสูง ร้อยละ ๓-๕ ที่ทำให้เกิดการสูญเสียทารกในครรภ์ และอาจจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและความพิการของทารกในครรภ์ได้ วิธีการตรวจนี้จึงไม่นิยมใช้และจะเลือกทำในกรณีที่จำเป็นจริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก :นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม :209

Possibly Related Posts:


แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Wednesday, May 9th, 2012, หมวด การตั้งครรภ์

 

แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอมาที่ Email : thai-mom@hotmail.com
ติดต่อเว็บไซด์ : thai-mom.com
โทร : 085-9202110