พัฒนาการของทารกในครรภ์ 8 เดือน

  เมื่อ: Friday, April 27th, 2012, หมวด พัฒนาการทารกในครรภ์,  ชม 50,201 ครั้ง

 

พัฒนาการของทารกในครรภ์

ใน เดือนนี้ทารกควรจะมีตัวยาวประมาณ 18 นิ้ว น้ำหนักตัว 2,000 – 2,500 กรัม หัวโตเต็มที่ ทารกจะได้ยินเสียงและมองเห็นได้ อวัยวะภายในร่างกายจะสมบูรณ์และเริ่มทำงาน ยกเว้นปอดที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ถ้ามีการคลอดในระยะนี้ จะมีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก

สิ่งที่คุณควรใส่ใจ

หายใจลำบาก

อาการ หายใจลำบากในหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือนนี้ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของแม่หรือทารกได้รับออกวิเจนไม่เพียงพอ การปรับเปลี่ยนของร่างกายในขณะตั้งครรภ์ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่ม ขึ้นและมีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาการหายใจลำบากเกิดจากการเบียดบังพื้นที่ภายในช่องท้องของมดลูกที่โตและ ขยายใหญ่ โดยเฉพาะการเบียดทับกล้ามเนื้อกะบังลมและปอดบางส่วน อาการนี้จะดีขึ้นเมื่อส่วนหัวของทารกเข้าสู่อุ้งเชิงกรานในระยะ 2-3 สัปดาห์ก่อนคลอด และบางคนอาการจะเป็นมากในท่านั่ง การนั่งท่าเอนกึ่งนอนจะช่วยบรรเทาความอึดอัดได้ การนอนตะแคงข้างจะช่วยให้การหายใจดีขึ้นและหลับได้นานขึ้น
ในกรณีที่มีอาการหายใจลำบาก ร่วมกับอาการแน่นอึดอัด หายใจหอบเจ็บหน้าอก ชีพจรเต้นเร็ว ริมฝีปาก เล็บมือ เท้ามีสีเขียว เหล่านี้เป็นอาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์โดยเร็ว

เสียดแน่นชายโครง

ทารก ในครรภ์ 8 เดือน จะมีการเคลื่อนไหวที่แรงและอิสระมาก จนดูเหมือนเป็นการดิ้นรน เตะถีบอยู่ภายใน บางครั้งจะแรงมากเมื่อกระทบกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น กระดูกชายโครง จนรู้สึกเจ็บ ในกรณีเช่นนี้การกายบริหารท่าบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องจะช่วยได้ หรือทำกายบริหารโดยการยกแขนข้างหนึ่งชูขึ้นเหนือศีรษะช้าๆ พร้อมกับสูดหายใจลึกๆค่อยๆลดแขนลงพร้อมกับผ่อนลมหายใจออก สลับแขนและหายใจเช่นเดียวกัน ทำซ้ำๆหลายๆครั้งจนอาการเสียดแน่นนั้นหายไป
อาการเหล่านี้ไม่มีอันตรายต่อแม่ ส่วนมากจะเกิดในครรภ์แรกและประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อนคลอด อาการจะหายไปเมื่อเริ่มเจ็บครรภ์

กลั้นปัสสาวะไม่ได้

ใน เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์จะมีอาการปัสสาวะเล็ดเวลาหัวเราะ ไอหรือจาม ทั้งนี้เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการกดทับส่วนนำ(ศีรษะทารก) ที่กระเพาะปัสสาวะ การฝึกกายบริหารท่าคีเกลจะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรง และป้องกันการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ในระยะหลังคลอด

 

น้ำหนักตัวของหญิงตั้งครรภ์และขนาดของทารกในครรภ์

พัฒนาการของทารกในครรภ์ 8 เดือน

พัฒนาการของทารกในครรภ์ 8 เดือน

 

การ เพิ่มน้ำตัวของหญิงตั้งครรภ์ ไม่ได้หมายความว่าทารกในครรภ์จะมีขนาดตัวโตตามสัดส่วนที่เพิ่ม แม่มีน้ำหนักเพิ่ม 15-20 กิโลกรัม จะเป็นน้ำหนักทารกเพียง 2.5-3 กิโลกรัม น้ำหนักของทารกแรกเกิดขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานร่างกายแม่ เช่น แม่เป็นคนสูง ทารกจะมีรูปร่างและขนาดใหญ่ด้วย ร่วมกับการเพิ่มของน้ำหนักตัวในขณะตั้งครรภ์ การตรวจทางหน้าท้องจะช่วยประเมินขนาดและน้ำหนักของทารกในครรภ์ได้ และในกรณีที่ต้องการข้อมูลชัดเจนการตรวจอัลตราซาวนด์ก็จะบอกน้ำหนักตัวได้ ค่อนข้างแม่นยำ
ทารกที่มีขนาดน้ำหนักตัวโตไม่ได้เป็นปัญหาในการคลอดเสมอไป นอกจากนี้จะมีน้ำหนักมากเกิน 3,500 กรัม ถ้าขนาดของทารกและความกว้างของเชิงกรานแม่ได้สัดส่วนกัน การคลอดก็จะเป็นไปตามปกติ การคลอดติดขัดหรือคลอดไม่ได้มักจะเกิดจากความไม่สมดุลของขนาดเด็กและอุ้ง เชิงกราน เช่น อุ้งเชิงกรานแคบกว่าปกติ ทารกมีศีรษะโตกว่าปกติ เป็นต้น ในบางรายที่แพทย์สงสัยว่าจะมีความผิดปกติในเรื่องนี้ อาจส่งตรวจวัดขนาดของอุ้งเชิงกรานโดยการถ่ายภาพรังสีเอกซ์และการประเมินการ คลอดอย่างใกล้ชิดในระยะเจ็บครรภ์ ในบางกรณีผู้ที่มีเชิงกรานเล็กอาจจะคลอดได้เอง เพราะมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อการคลอดนอกจากขนาดของทารกและอุ้ง เชิงกรานแม่ ดังนั้นในปัจจุบันการถ่ายภาพรังสีขนาดเชิงกรานจึงไม่นิยมทำ เพราะไม่สามารถใช้ทำนายปัญกาของการคลอดได้ แพทยืมักจะใช้การประเมินความก้าวหน้าของการคลอดในขณะเจ็บครรภ์เป็นสิ่งชี้ บอกและทำนายการคลอดซึ่งแน่นอนกว่า

ขนาดท้องเล็ก

ขนาดท้องของคุณจะเล็กจะใหญ่ขึ้นอยู่กับลักษณะเดิมก่อนตั้งครรภ์ของคุณว่าเป็นอย่างไร ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของคุณเป็นอย่างไร
และผู้ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของทารกในครรภ์และความแข็งแรงสมบูรณ์ของ ทารกได้ดีที่สุด คือแพทย์ผู้ดูแลคุณในคลินิกฝากครรภ์ ข้อมูลที่เกิดจากการตรวจไม่ใช่ดูเพียงรูปร่างภายนอก ดังนั้นถ้าตราบใดแพทย์ที่คุณฝากครรภ์บอกว่าทารกปกติดี คุณก็ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงทักทายจากผู้อื่น

ส่วนนำและท่าของทารกในครรภ์

การ คลอดเด็กท่าก้นเป็นการคลอดที่แตกต่างจากการคลอดท่าหัวซึ่งเป็นวิธีคลอดปกติ แต่ถ้าวินิจฉัยได้ล่วงหน้าก่อนเจ็บครรภ์และมีการเตรียมที่ดีพร้อม การคลอดก็สามารถดำเนินไปตามขั้นตอนและไม่มีปัญหายุ่งยากมากนัก
โดยทั่วไปทารกจะเอาศีรษะลงเป็นส่วนนำในระยะ 32-36 สัปดาห์ แต่ถ้าตรวจพบว่าทารกมีก้นเป็นส่วนนำในช่วงนี้ แพทย์มักจะไม่ทำอะไรโดยจะรอให้เด็กทารกกลับตัวเอง ซึ่งในบางรายทารกจะกลับตัวเองได้ในระยะใกล้คลอดโดยมีศีรษะเป็นส่วนนำเหมือน ปกติ ในอดีตแพทย์อาจจะช่วยหมุนตัวเด็กทางหน้าท้อง ปัจจุบันไม่นิยมทำเนื่องจากมีอันตรายมากกว่าการปล่อยให้มีการคลอดท่าก้น
ทารกท่าก้นสามารถคลอดเองได้ทางช่องคลอดประมาณ 1/3 ถึงครึ่งตัว ที่เหลือต้องผ่าตัดคลอด อันตรายที่เกิดจากการคลอดท่าก้นมักเกิดจากสภาพของทารกที่ไม่สมบูรณ์ เช่น ทารกมีขนาดเล็กเกินไป เป็นการคลอดครรภ์แฝด หรือจากทารกมีความพิการแต่กำเนิด เป็นต้น แพทย์บางท่านอาจจะเลือกการผ่าตัดคลอดในท่าก้น เพราะเชื่อว่ามีปัญหาน้อยและความปลอดภัยสูงกว่าการพิจารณาให้มีการคลอดทาง ช่องคลอดในทารกท่าก้น

 

Possibly Related Posts:


แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Friday, April 27th, 2012, หมวด พัฒนาการทารกในครรภ์
แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอมาที่ Email : thai-mom@hotmail.com
ติดต่อเว็บไซด์ : thai-mom.com
โทร : 085-9202110