พัฒนาการของทารกในครรภ์

  เมื่อ: Thursday, April 26th, 2012, หมวด พัฒนาการทารกในครรภ์,  ชม 5,704 ครั้ง

 

พัฒนาการของทารกในครรภ์

ใน ช่วงปลายเดือนที่ 6 ทารกจะมีขนาดยาว 13 นิ้ว และหนักประมาณ 800 กรัม ผิวหนังบางและมันวาว ยังไม่มีไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เริ่มมองเห็นนิ้วมือนิ้วเท้าชัดเจน เริ่มปิดเปิดตาได้หากทารกคลอดในเดือนนี้อาจอยู่รอดได้ ถ้าได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

สิ่งที่คุณควรใส่ใจ

อาการปวดและชาปลายมือ
ถ้าอาการปวดชานิ้วมือของคุณเป็นอยู่ที่นิ้วหัวแม่โป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่ง แสดงว่าคุณมีอาการเส้นประสาทมือถูกพังผืดบีบรัดซึ่งเป็นอาการที่พบมากใน บุคคลที่ใช้มือในการเลื่อนไหวมาก เช่น กวาดบ้าน บิดผ้า พิมพ์ดีด เล่นเปียโนเป็นต้น อาการเหล่านี้พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีอาการบวมของเนื้อเยื่อพังผืดที่บริเวณข้อมือแล้วไปบีบรัดเส้น ประสาทข้างใต้ที่ไปเลี้ยงนิ้วมือดังกล่าว ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเวลาเคลื่อนไหวและปวดชา บางครั้งอาการปวดชาจะร้าวขึ้นมาแทนที่ได้ อาการคั่งของน้ำตามเนื้อเยื่อต่างๆและทีร่ข้อมือจะมีมากขึ้นในเวลากลางคืน เพราะมีการห้อยแขนอยู่ตลอดเวลา
เพื่อลดปัญหานี้จึงไม่ควรนอนทับแขน หรืองอพับแขน ถ้าเกิดอาการปวดแขนมีมากคุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษา ในขณะเดียวกัน ควรกินวิตามินบี 6 ให้มากขึ้น และใช้ผ้าคล้องแขนไว้บางเวลา หญิงตั้งครรภ์บางรายต้องใช้การฝังเข็มช่วยลดความเจ็บปวด ยาแก้ปวดข้อที่ใช้ในคนปกติเป็นสิ่งต้องห้ามในหญิงตั้งครรภ์ ถ้าอาการปวดนี้รุนแรงและวิธีรักษาข้างต้นไม่ได้ผล อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัด

อาการเจ็บแปลบ ๆ เหมือนถูกเข็มแทง

อาการ เจ็บแปลบๆที่มือและเท้าของหญิงตั้งครรภ์นั้น เป็นอาการคล้ายกับมีการตัดขาดการไหลเวียนเลือด เช่นเดียวกับที่คุณจะมีอาการนี้เมื่อนั่งพับเพียบเป็นเวลานานาๆ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ และไม่มีใครรู้ว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใด แต่รู้ว่าการเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆจะช่วยให้อาการนี้ลดลง และอาการเกิดขึ้นนี้ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพของคุณ

 

พัฒนาการของทารกในครรภ์

พัฒนาการของทารกในครรภ์

อาการเด็กดิ้นแรง

ทารก ในครรภ์ก็เหมือนคนเราที่มีบางวันร่าเริง ขยันขันแข็ง และบางวันจะขี้เกียจไม่อยากแม้แต่จะลุกขึ้นทำอะไร ผู้เชี่ยงชาญกล่าวว่าความรู้สึกของเด็กทารกในครรภ์จะสัมพันธ์กับอารมณ์ของ แม่ บางเวลาที่แม่มีงานยุ่งๆ อาจจะมุ่งความสนใจไปที่ภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จสิ้น จนลืมสังเกตอาการเคลื่อนไหวของเด้กทารกในครรภ์ ดังจะเห็นได้ว่าแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้นแรงในตอนกลางคืนมากกว่าเวลากลางวัน อาการเคลื่อนไหวของทารกจะแรงมากในเวลาหลังกินอาหารใหม่ๆ เพราะเวลานั้นทารกได้รับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติเป็นพลังงาน และอีกกรณีหนึ่งที่ทารกจะเคลื่อนไหวแรงคือ ในเวลาที่หญิงตั้งครรภ์ตื่นเต้นตกใจ เพราะมีการกระตุ้นจากสารคัดหลั่งที่เรียกว่า “ อะดรีนาลิน”
เด็กทารกจะเคลื่อนไหวได้ดีในระหว่างอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ แต่เป็นการเคลื่อนไหวไม่แรงนักและสั้นๆ ซึ่งจะตรวจสอบได้ดีจากการทำอัลตราซาวนด์ การเคลื่อนไหวจะแรงและสม่ำเสมอเมื่ออายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป และหยิงตั้งครรภ์จะรับรู้การเคลื่อนไหวนี้ได้ดี
การนับเด็กดิ้น วิธีการนับเด็กดิ้นที่ถูกต้องคือ จดบันทึกเวลาที่เริ่มนับ เช่น 8.30 น. และจดบันทึกการดิ้นของทารกทุกครั้งด้วยการขีดเครื่องหมายนับ(การเคลื่อนไหว ทุกชนิดนับเป็น 1 ครั้ง เช่น การเตะ การถอง การโก่งตัว)ไปจนครบ 10 ครั้ง ดูเวลาที่ครบ 10 ครั้งแล้วจดบันทึกไว้ บางเวลาเด็กจะดิ้นครบ 10 ครั้ง ภายใน 10 นาที แต่บางวันจะใช้เวลานานมาก
ในกรณีที่คุณใช้เวลาเป็นชั่วโมงยังนับไม่ครบ 10 ครั้ง คุรควรจะหยุดพักดื่มนม 1 แก้ว อย่าเคร่งเครียดหรือวิตกกังวลให้มาก พักสักครู่ และเริ่มนับใหม่อีกครั้ง ถ้าการนับครั้งใหม่ใช้เวลานานเช่นเดิมคุณควรไปพบแพทย์ ในบางครั้งการดิ้นของเด็กที่ช้าผิดปกติเป็นอาการเตือนเริ่มต้นของภาวะขาด ออกซิเจนของทารกในครรภ์ ซึ่งการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มเป็นจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาได้มาก
ทารกในครรภ์ที่แข็งแรงมากๆ จะเคลื่อนไหวเร็วและแรงคล้ายการบินของผีเสื้อที่โฉบไปมา จนบางครั้งคุณจะรู้สึกเจ็บที่ใต้ชายโครงหรือท้องน้อยเหนือหัวหน่าว พยายยามปรับเปลี่ยนท่านั่งและท่านอนใหม่ บางครั้งการจัดท่าที่สบายขึ้นสำหรับทารกในครรภ์จะทำให้ลูกสงบลงได้

ตะคริวที่ขา

อาการ ตะคริวที่ขาพบได้บ่อยในขณะตั้งครรภ์ระยะไตรมาสที่ 2 และ 3ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความไม่สุขสบาย และจะพบได้บ่อยในเวลากลางคืนวิธีป้องกันและลดอาการเจ็บปวดมีหลายวิธี ดังจะกล่าวต่อไปนี้
อาการตะคริวเกิดจาถภาวะการขาดธาตุแคลเซียมและมีฟอสฟอรัสมากเกินไปในกระแส เลือด การกินยาเม็ดแคลเซียมคาร์บอเนตที่ไม่มีฟอสฟอรัส จะช่วยป้องกันการเกิดตะคริวได้ ในหญิงตั้งครรภ์บางคนแพทย์จะแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มนมและกินเนื้อสัตว์ลง เพื่อลดปริมาณฟอสฟอรัส แต่ต้องกินอาหารที่มีธาตุแคลเซียมชนิดอื่นชดเชยให้เพียงพอ สาเหตุของการเกิดตะคริวอีกประการคือ การไหลเวียนของเลือดในตส่วนล่างของร่างกายไม่ดีพอ มีการคั่งของเลือดดำมากเกินไป การใส่ถุงน่องที่กระชับและมีคุณสมบัติในการพยุงรัดระหว่างการทำงานหรือใน เวลากลางวัน จะช่วยลดอาการตะคริวได้เช่นกัน
การช่วยเหลือเมื่อคุณเกิดอาการตะคริวที่น่อง ใช้วิธีเหยียดเท้าให้ตรงเกร็งฝ่าเท้าให้ตั้งฉากและโน้มมาข้างหน้าให้มากที่ สุด จะทำให้อาการปวดขณะเป็นตะคริวลดลง ถ้าทำเองไม่ได้ให้ผู้ช่วยใช้ฝ่ามือดันฝ่าเท้า กดนิ้วหัวแม่โป้งลงจนอาการตะคริวหายไป หรือจะใช้การเหยียดเท้าดันกับฝาผนังก็ช่วยได้เช่นกัน
อย่าใช้การนวดเป็นการแก้ไขอาการปวด เพราะในบางรายอาการปวดเกิดจากภาวะหลอดเลือดอุดตัน ดังนั้นถ้าคุณมีอาการตะคริวบ่อยๆทุกวัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลพื่อตรวจสอบว่ามีการอุดตันของหลอดเลือดดำหรือไม่

อาการถ่ายอุจจาระมีเลือดปนและริดสีดวงทวาร

เลือด ออกทางทวารหนักเป็นสิ่งที่ไม่ร้ายแรงเท่าเลือดออกทางช่องคลอด คุณไม่ต้องตกใจหรือวิตกกังวลจนเกินไป การมีเลือดออกในขณะตั้งครรภ์ส่วนมากเกิดจากริดสีดวงทวารที่อาจจะเกิดขึ้น อยู่ภายในทวารหนักได้ ทั้งนี้ริดสีดวงทวารก็คือ ภาวะหลอดเลือดขอดบริเวณปากทวารหนักนั่นเอง ซึ่งจะพบได้ร้อยละ 20-50 ของหญิงตั้งครรภ์ อาการริดสีดวงทวารอาจจะเกิดจากภาวะท้องผูกในหญิงมีครรภ์ที่ทำให้อาการของ ริดสีดวงเป็นมากขึ้น อาการโป่งพองของหลอดเลือดบรเวณทวารหนัก จะทำให้มีอาการคัน ปวดตุ๊บๆบริเวณทวารหนักและมีเลือดออกเป็นครั้งคราวจากการปริแตกของหลอดเลือด ที่โป่งพองนั้น โดยเฉพาะเวลาถ่ายอุจจาระหรือมีการแตกของผิวหนังเยื่อบุทวารหนักจากการท้อง ผูกเรื้อรัง
อย่างไรก็ดีอาการเลือดออกทางทวารหนักเป้นสิ่งที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย จากแพทย์ และถ้ามีสาเหตุจากริดสีดวงทวารหรือผิวหนังแตก การดูแลสุขภาพตัวคุณเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันและการรักษาอาการโดย ปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้

• หลีกเลี่ยงภาวะท้องผูก
• นอนตะแคงข้าง ไม่ควรนอนหงายราบเพื่อลดการกดทับของหลอดเลือด ไม่ควรนั่งหรือยีนอยู่ในท่าเดียวเป็นเวลาติดกันนานๆ
• ไม่ควรนั่งเบ่งอุจจาระ และควรนั่งถ่ายโดยมีม้ารองเท้าให้สูงเพื่อช่วยลดแรงดันในช่องท้อง
• ฝึกกายบริหารคีเกล(ขมิบก้นและช่องท้อง)อย่างสม่ำเสมอ
• ประคบกล้ามเนื้อและลดบวมบริเวณฝีเย็บด้วยการนั่งน้ำอุ่นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
• ในกรณีที่มีริดสีดวงทวารโผล่ออกมา ใช้น้ำเย็นราดหรือประคบด้วยน้ำแข็ง
• ใช้ยาระบายและยาเหน็บริดสีดวงทวารตามคำแนะนำของแพทย์
• รักษาความสะอาดบริเวณฝีเย็บ
• ถ้ามีอาการปวดมากเวลานั่ง ควรใช้ห่วงยางว่ายน้ำรองเป็นเบาะนั่ง
• นอนักผ่อนให้เพียงพอ และควรนอนพักในท่าตะแคงข้าง
การดูแลตัวเองที่ดีจะช่วยให้อาการริดสีดวงทวารดีขึ้น และอาการเหล่านี้จะเลวลงอีกครั้งในการคลอด และระยะหลังคลอด ถ้าคุณยังปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้โดยเคร่งครัด อาการนี้จะดีขึ้นและหายไปในระยะต่อมา

 

 

Possibly Related Posts:


แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Thursday, April 26th, 2012, หมวด พัฒนาการทารกในครรภ์
แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอมาที่ Email : thai-mom@hotmail.com
ติดต่อเว็บไซด์ : thai-mom.com
โทร : 085-9202110