โรคเลือดจางทาลัสซีเมีย

  เมื่อ: Friday, May 4th, 2012, หมวด โรคภัยไข้เจ็บ,  ชม 760 ครั้ง

โรคเลือดจางธาลัสซีเมียเป็นโรคหนึ่งที่เกิดจากการที่ร่างกายมีหน่วยพันธุกรรมหรือยีนผิดปกติ สำหรับการสร้างส่วนของเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย โรคนี้เป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายค่ะ เมื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้น วันนี้ thai-mom จะมาบอกสาเหตุของโรคนี้ค่ะ

โรคเลือดจางทาลัสซีเมียทำให้เกิดอาการ

ดังที่กล่าวแล้วว่าคนเป็นโรคนี้จะมีเม็ดเลือดแดงที่แตกง่ายและไม่สามารถนำแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลดังกล่าวจะทำให้เกิดอาการและอาการแสดงหลายอย่างแตกต่างกันไปแล้วแต่ความรุนแรง

กรณีที่เป็นโรคที่มีอาการรุนแรงมาก

กรณีนี้เกิดจากยีนที่ควบคุมการสร้างสารเฮโมโกลบินแทบไม่ทำงานเลย ทำให้มีการสร้างสารเฮโมโกลบินน้อยมาก ผลดังกล่าวจะทำให้เกิดปัญหาตั้งแต่ผู้ป่วยยังเป็นลูกน้อยอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ กล่าวคือลูกจะขาดเลือดไปเลี้ยงดูร่างกายอย่างรุนแรง ผลของการขาดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ดังกล่าว จะกระตุ้นให้ร่างกายของลูกในครรภ์พยามยามช่วยเหลือตัวเองโดยการสร้างเม็ดเลือดแดงให้มากขึ้นโดยใช้อวัยวะอื่นมาช่วย โดยปกติเม็ดเลือดแดงของคนเราจะสร้างจากไขกระดูกซึ่งอยู่ในกระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่คนที่เป็นโรคนี้จะมีการสร้างเม็ดเลือดที่ตับและม้ามด้วยทำให้อวัยวะทั้ง 2 โตขึ้น นอกจากนี้การที่เม็กเลือดแดงแตกได้ง่ายก็จะทำให้เกิดภาวะเลือดจางขึ้นได้ หัวใจของลูกในครรภ์ก็จะพยายามช่วยเหลือตัวเองโดยการทำงานปั๊มเลือดไปเลี้ยงร่างกายให้มากขึ้น หัวใจก็จะโตขึ้น จนในที่สุดก็ทนไม่ไหวและภาวะหัวใจล้มเหลวทำงานต่อไม่ได้การไหลเวียนเลือดก็จะช้าลง ทำให้เลือดไปคั่งค้างที่อวัยวะต่างๆทำให้เห็นเด็กมีลักษณะบวมน้ำในอวัยวะต่างๆ หัวใจโต ตับโต ม้ามโต และถ้ายังไม่ได้รับการช่วยเหลือ หัวใจก็จะหยุดทำงานในที่สุด ทำให้ลูกเสียชีวิตในครรภ์

 

โรคเลือดจางทาลัสซีเมีย

โรคเลือดจางทาลัสซีเมีย

กรณีที่เป็นโรคอาการรุนแรงไม่มาก

ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีการสร้างสารเฮโมโกลบินได้บ้าง แม้ว่าจะน้อยกว่าคนปกติก็ตาม เมื่อคนที่เป็นโรคดังกล่าวยังเป็นทารกอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ก็จะมีอาการไม่มาก อาจตรวจไม่พบว่าบวมน้ำ และจะสามารถคลอดออกมามีชีวิตแต่จะมีความผิดปกติให้เห็นหลายประการ เช่น

• มีอาการซีดและเหลือง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายจากการที่เม็ดเลือดแตก และถูกทำลายได้ง่ายไม่สามารถนำแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ
• เจริญเติบโตไม่สมวัย ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะซีดเรื้อรัง
• ตับโต ม้ามโต จาการทำงานหนักในการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและกำจัดทำลายเม็ดเลือดแดงที่แตกง่ายด้วย
• ความต้านทานโรคต่ำ เนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรง ทำให้มีการติดเชื่อที่อวัยวะต่างๆ ได้ง่าย เช่น ปอดอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
• หน้าตาเปลี่ยนไปซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคที่เรียกว่าใบหน้าทาลัสซีเมีย (Thalassemic facies) กล่าวคือกระดูกเหล่านี้ขยายตัวมากขึ้นเพื่อช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงให้มากขึ้นทำให้ส่วนดั้งจมูกดูแบน
• ผิวหนังมีสีดำคล้ำ เนื่องจากมีธาตุเหล็กที่แตกตัวออกมาจากเม็ดเลือดแดงที่มีการแตกทำลายออกมาสพสมอยู่ตามผิวหนังทั่วร่างกาย
ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาดีพอ ก็อาจเสียชีวิตได้ตั้งแต่วัยเด็ก แต่ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างดีก็อาจโตจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้

กรณีเป็นพาหะของโรค

คนที่เป็นพาหะของโรค คือคนที่มียีนที่ทำให้เกิดโรคเพียงยีนเดียวแต่อีกหนึ่งยีนปกติ คนพวกนี้มักจะไม่มีอาการผิดปกติอะไรให้เห็นชัดเจนถ้าไม่ตรวจให้ละเอียด บางรายอาจมีอาการซีด หรืออ่อนเพลียได้เล็กน้อย คนในกลุ่มนี้แหละที่สร้างปัญหาทางสาธารณสุขให้กับประเทศชาติ เพราะจะเป็นตัวถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติให้กับลูกหลานได้ โดยที่ตัวเองไม่ทราบเลยถ้าตัวเองไม่ทำการตรวจเลือดค้นหาอย่างจิงจัง
ในประเทศไทยเชื่อว่ามีคนเป็นพาหะของโรคเลือดจางทาลัสซีเมียนับล้านคนเลยที่เดียว ซึ่งรอวันจะถ่ายทอดโรคต่อไปการรณรงค์เพื่อค้นหาคนที่เป็นพาหะของโรคนี้จึงเป็นเรื่องที่ประเทศไทยเรากำลังทำกันอยู่ในหลายหน่วยงานเพื่อจะได้วางแผนควบคุมโรคให้ดีขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารดวงใจพฤศจิกายน 2546พ่อแม่ ฉบับที่ 97 ปีที่ 9

Possibly Related Posts:


แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Friday, May 4th, 2012, หมวด โรคภัยไข้เจ็บ

 

แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอมาที่ Email : thai-mom@hotmail.com
ติดต่อเว็บไซด์ : thai-mom.com
โทร : 085-9202110